คนดีคนเก่ง
วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
จริงใจ เข้าถึง พึ่งได้ ผู้เป็นความหวัง ของคนสิ้นหวัง
(อ่านแล้ว 598 ครั้ง)
Share on Google+

 

 
 จริงใจ เข้าถึง พึ่งได้ สโลแกนสั้น ที่ได้ใจความเหมาะสมกับบุคลลิกของทนายนุ นุกูล นุกูลกิจ ทนายผู้ซึ่งดำรงอยู่ด้วยเกียรติแห่งความยุติธรรม ที่ว่าความให้ลูกความ ระดับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือนักธุรกิจใหญ่ จนไปถึงประชาชนทั่วไป มานับไม่ถ้วน มากว่า 10 ปี นอกจากนี้ ด้วยจิตใจที่มีคุณธรรม แม้จะไกล ทุรกันดาร ต้องเดินทางลำบากแค่ไหน ขอเพียงได้ช่วยคนบริสุทธิ์ ให้ได้รับความยุติธรรม ทนายนุ ก็จะไปยืนอยู่ตรงจุดนั้นเสมอ 
 
 
 เดิมที่ทนายนุ เป็นคนจังหวัดกรุงเทพมหานคร  อาศัยอยู่ในชุมชนคลองเตย จบมัธยมศึกษาที่โรงเรียนปทุมคงคา จากนั้นได้เริ่มเข้าเรียนกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์น จนจบระดับชั้นปริญญาตรี และได้ผ่านการสอบคัดเลือกจากสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในรุ่น 26 
 เส้นทางอาชีพของ ทนายนุ นุกูล นุกูลกิจ  นั้น ได้กรำศึก ให้บริษัทระดับประเทศมามากมาย เริ่มต้นจากการเป็น ที่ปรึกษากฎหมายและทนายความของ บริษัทไทยเน็กซ์ จำกัด ของ นายศุภกร พลกุล  เคยได้เป็นตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจ ธนาคารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ดำเนินการฟ้องลูกหนี้ที่ผิดสัญญาใน จังหวัดกรุงเทพมหานครฯ เป็นต้น  จนปัจจุบัน ทนายนุ  ได้มาเป็นหัวเรือใหญ่ บริษัท เอ็กเพิร์ท อ๊อฟ ลอว์ จำกัด ซึ่ง ทนายนุ เป็นผู้เริ่มก่อตั้งมาด้วยตนเอง โดยได้รับความไว้วางใจจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือนักธุรกิจใหญ่ ให้เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ อีกทั้งยังเป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านกฎหมายของ ศูนย์ปรึกษากฎหมายเพื่อประชาชน ของ บริษัทคันนายาว โซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ จำกัด อีกด้วย 
 
 
 ด้วยเดิมที จากคนที่มีใจรักด้านจิตอาสา และความมีคุณธรรม จนทำประสบความสำเร็จในอาชีพทนายความ ตามความฝันที่ตั้งไว้ แต่ทนายนุ ก็ยังไม่เคยลืมปณิธานที่ตั้งไว้ คือการสร้าง ความยุติธรรมให้แก่ ประชาชน คนไทย ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้จะจะต้องบุกไปยังป่าเขา ยอดดอย ก็ตาม
  ครั้งหนึ่ง ทนายนุ ต้องเดินทาง ข้ามภูเขามากว่า 800 กิโลเมตร เพื่อมาสืบพยานคดีรถยนต์หาย ที่ศาลจังหวัดเชียงคำให้กับ นายเกรียงไกร ซึ่งเป็นเด็กชาวภูเขา ในอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา 
 
 ทนายนุ ได้เล่าเหตุการณ์ดังกล่าวให้ฟังว่า วันหนึ่ง นายเกรียงไกร ได้มาพบผม และเล่าให้ผมฟังว่า หลังเรียนจบ นายเกีรียงไกร ได้เดินทางเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ จากนั้นได้เก็บรวบรวมเงินที่ทำงานมาทั้งหมดเพื่อดาวน์รถยนต์กระบะ หลังทราบว่าทางบริษัทไฟแนนซือนุมัติการเช่าซื้อรถให้ นายเกียงไกรดีใจมาก เช็ดถูรถยนต์คันนี้แทบทุกวัน เพราะเป็นทรัพย์สินชิ้นแรกและผ่อนชำระค่างวด ตรงเวลาไม่เคยขาด จนรถคันดังกล่าวเหลือค่างวดที่ต้องชำระอีกเพียง 10 งวดเท่านั้น
จากนั้นในคืนหนึ่ง รถยนต์ที่เขาเช่าซื้อ ถูกคนร้ายโจรกรรม ไปขณะที่เขาจอดรถไว้หน้าบริษัทที่เขาทำงานอยู่ใน เขตพระโขนง ซึ่งปัจจุบันก็ไม่สามารถติดตามรถกลับคืนมาได้ อีกทั้งจากนั้นเพียง 3 เดือน นายเกรียงไกร ถูกบริษัทเช่าซื้อดังกล่าวฟ้องเป็นคดีแพ่งให้ชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด นายเกรียงไกรได้บอกกับตนเองว่า ผมหมดกำลังใจ ท้อแท้ มากครับ นั่นคือ ที่มาที่ทำให้ผม ต้องเดินทางมาทำคดีนี้ให้กับนายเกรียงไกร และจะช่วยต่อสู้ เพื่อคืนความยุติธรรม ให้เด็กชาวเขาคนนี้ อย่างสุดความสามารถ 
 
 
 นี่คือ เรื่องเล่าตัวอย่างเพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้น ซึ่งทนายนุ ยังมีเรื่องเล่าในการเดินทางไปช่วยคนในที่ต่างๆอีกมากมาย ไม่เคยต้องการชื่อเสียง  ลาภยศสรรเสริญใดๆ แค่มีคำเพียงสามคำว่า ขอบคุณครับ แค่นี้ก็ทำให้ทนายหุ่นเหล็กหน้าติดหนวด อย่าง ทนายนุกูล นุกูลกิจ ชื่นใจและมีพลังในการช่วยเหลือคนที่สิ้นหวังต่อไป
Share on Google+