อา วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563
สสส.ร่วมกับภาคเอกชน สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเสวนาโรงเรียนต้นแบบห้องเรียนสู้ฝุ่นแก้วิกฤติปัญหาหมอกควันภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย
(อ่านแล้ว 94 ครั้ง)
Share on Google+

 

LINE:OA: สยามนิวส์ รีพอร์ท
 
 
     นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการ “สร้างโรงเรียนต้นแบบในโรงเรียนในการรับมือกับฝุ่นในพื้นที่วิกฤต” หรือห้องเรียนสู้ฝุ่น เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2563 ที่โรงแรมเฮอริเทจ ถนนพหลโยธิน ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมี ผู้บริหารสถานศึกษา และตัวแทนครู ตลอดจนตัวแทนนักเรียนของโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงต่อการเผา จากโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย แพร่ และ จังหวัดแม่ฮ่องสอน กว่า 70 คน เข้าร่วมโครงการ ในระหว่างวันที่ 16-17 ตุลาคม 2563
 
 
     นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างจังหวัดเชียงราย และสถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ สสส. ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในภาคเหนือ เพื่อเป็นการรับมือกับฝุ่นในพื้นที่วิกฤต มีที่มาจากปัญหาผลกระทบด้านสุขภาพในกลุ่มเด็ก และเยาวชน อันเกิดการเผาในพื้นที่โล่ง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดการเผาในพื้นที่ป่า โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย แพร่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่พบการเกิด Hotspot และค่า PM 2.5 เกินกว่าค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
 
 
     ดร.นิออน สิริมงคลเลิศกุล ผู้ช่วยศาสตร์ตราจารย์ ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงราย ในฐานะประธานโครงการห้องเรียนสู้ฝุ่น กล่าวว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่าปัญหาฝุ่นละอองและหมอกควันถือเป็นภัยที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งในพื้นที่ชุมชนเมือง และพื้นที่สูงห่างไกล ผู้ที่กระทบหนักคือกลุ่มผู้สูงอายุและเด็ก ที่เป็นกลุ่มนักเรียนตามสถาบันการศึกษา ๆ ดังนั้น ทางเครือข่ายจึงร่วมกันจัดโครงการนี้ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คัดเลือกโรงเรียนที่ประสบภัยและอยู่ในพื้นที่จำนวน 30 โรงเรียน มาเป็นโรงเรียนต้นแบบเพื่อนำร่อง 
 
 
     สำหรับห้องเรียนสู้ฝุ่นนี้ ไม่ได้หมายถึงห้องเรียนที่ปลอดจากฝุ่น แต่เป็นกระบวนการจัดองค์ความรู้เกี่ยวกับพิษภัย การบริหารจัดการ และเครื่องไม้เครื่องมือเกี่ยวกับการจัดการปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดขึ้น ถ่ายทอดให้กับคณะครูและนักเรียนที่ได้รับเลือกไปจัดกระบวนการสอนและการเรียนถึง 10 แผน เพื่อที่จะนำองค์ความรู้เหล่านี้ ไปถ่ายทอดให้กับเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง ให้เข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหา และสามารถเอาตัวรอดจากปัญหาฝุ่นละออง ทั้งในช่วงประสบเหตุ หรือช่วงที่มีการป้องกันหรือพื้นฟู ซึ่งหากประสบความสำเร็จก็จะมีการขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน หรือทั้งภาคเหนือ 17 จังหวัด ในอนาคต
 
 
     ทางด้าน นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ห้องเรียนสู่ฝุ่นจะสามารถขับเคลื่อนกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องของฝุ่นละอองหมอกควันอย่างได้ผล โดยมีการสนับสนุนส่งเสริมจากทางจังหวัดที่จะมีมาตรการอย่างเข้มข้น หากระดับพื้นที่มีความรู้มีความเข้าใจถึงผลกระทบและบ่อเกิดของปัญหาปัญหาฝุ่นละอองก็จะเบาบาง หรือหมดไปได้ ซึ่งปีนี้จังหวัดเชียงรายก็ยังจะมีการดำเนินการอย่างเข้มข้น ทั้งเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายอยู่แล้ว จึงเน้นในเรื่องการรณรงค์และขอความร่วมมือจากประชาชนมากกว่าให้ช่วยกันตระหนัก โดยจะเริ่มตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง มีการขอความร่วมมืองดเผาทุกชนิด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งจากปี 2563 ที่ผ่านมา ถือว่าการเกิดไฟป่าลดน้อยลงไปมากกว่าร้อยละ 50 ซึ่งต้นเหตุการเผาก็ยังมาจากฝีมือมนุษย์ที่จุดไฟเผาเพียงคนเดียว แต่ต้องนำคนไปดับไฟเป็นหลายร้อยคน มีการสูญเสียชีวิต ทรัพย์สินและงบประมาณ ดังนั้น ปีนี้จึงอยากขอความร่วมมือกับทุกฝ่ายให้ร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยไม่ให้เกิดการเผาในพื้นที่ก่อน ส่วนประเทศเพื่อนบ้านจะต้องเร่งเจรจาเพื่อให้เกิดการดำเนินการร่วมกันและควบคู่กันต่อไปด้วย
Share on Google+